<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 09:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด! พท.ยกเสียงสะท้อนปชช.ถึง&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ถือว่าเลวร้ายที่สุด ผู้ติดเชื้อล้นโรงพยาบาล น่าตกใจที่ระบบสาธารณสุขไทย ถึงจุดที่ต้องเลือกว่าคนไข้คนไหนจะได้ไปต่อ นี่คือผลมาจากการการบริหารประเทศที่ล้มเหลว จนแพทย์รับไม่ไหวแล้ว พลเอกประยุทธ์ คุยโวว่าประเทศไทยมีวัคซีนที่ดีจำนวนมากและหลากหลายที่สุด แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีการจองซื้อวัคซีน หลายยี่ห้อยังอยู่ระหว่างการร่างสัญญา การจัดซื้อที่บอกมาว่าไทยมีวัคซีนที่หลากหลายคือการโกหกประชาชนใช่หรือไม่ คนไทยไม่มีทางเลือก รัฐบาลผูกขาดวัคซีนไว้แต่เพียงผู้เดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลไม่ต่างจากการเลี้ยงไข้ เพื่อกดหัวประชาชนและเพื่อผลประโยชน์อื่นๆ การแก้ปัญหาโควิดของพลเอกประยุทธ์ ไม่ต่างจากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ที่ตั้งแต่ปี 2548 เกือบ 20 ปี กองทัพก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ จนหลายฝ่ายมีการประเมินว่า กองทัพเลือกเลี้ยงไข้เพื่อประโยชน์ของงบประมาณจำนวนมหาศาล ที่ตรวจสอบไม่ได้ เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาโควิด ที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณยากมาก อยากถามไปยัง พลเอกประยุทธ์ว่า ต้องการเลี้ยงไข้โควิด-19 เพื่อสืบทอดอำนาจของตัวเองใช่หรือไม่ หรือมีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง หากไม่ใช่เหตุผลที่กล่าวมา ก็อาจจะมาจากเสียงสะท้อนของประชาชนที่ว่า ผู้นำโง่เราจะตายกันหมด เป็นความจริงที่ส่งผลร้ายกับคนไทยทั้งประเทศ&amp;quot; นพ.ชลน่าน ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107877</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว, บิ๊กตู่, เลี้ยงไข้, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d936afd3230.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>209สส.ฝ่ายค้านพึ่งสภาเป็นตัวกลางดึงส.ส.-ส.ว.ร่วมลงชื่อเปิดวิสามัญฯถกแก้ปัญหาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 พ.ค.63 - เมื่อวัน 8 พ.ค. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นหนังสือต่อนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการรัฐสภา เพื่อแสดงความจำนงในการนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวน 209 คน เพื่อเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญในการหาทางออกเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; และมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 123 กำหนดให้การเปิดประชุมสมัยวิสามัญสามารถทำได้ 2 ทาง คือ 1. การให้ ครม. นำความขึ้นกราบบังคมทูลหรือ 2. ส.ส. และส.ว. จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 เข้าชื่อกันเพื่อขอเปิดประชุมสภาวิสามัญ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้ไปแสดงความจำนงต่อรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐบาลใช้อำนาจฝ่ายบริหารเปิดประชุมวิสามัญแต่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล มีความเห็นว่าการเปิดประชุมสมัยวิสามัญยังไม่มีความจำเป็น ดังนั้นฝ่ายค้านที่มีรายชื่ออยู่ในมือ 209 คน จึงต้องทำหนังสือถึงเลขาธิการรัฐสภา เพื่อขอให้สำนักงานเลขาสภาผู้แทนฯ เป็นตัวกลาง ในการให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล หรือส.ว. ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ มาลงชื่อร่วมกับฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกังวลของบางฝ่ายที่ว่าหากมีการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญฯ จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง เพราะส.ส.บางส่วนมาจากพื้นที่เสี่ยงนั้น ส่วนตัวคิดว่าในภาพรวมสภามีความพร้อมในการปฏิบัติให้ได้มาตรฐานการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งสภาก็ได้มีการจัดที่นั่งให้ ส.ส.ตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมแล้ว รวมทั้งจะมีการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวดจึงคิดว่า จากการดำเนินการของสภาทำให้สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สำหรับความจำเป็นที่จะต้องมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เป็นการเร่งด่วน เพราะ 1. รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงิน เป็นจำนวนเงินสูงสุดมากเป็นประวัติการณ์ ประกอบกับการพิจารณาใช้เงินกู้นั้นมีแต่เพียงคณะกรรมการกลั่นกรองเท่านั้น จึงมีความจำเป็นที่รัฐสภาต้องเข้าไปร่วมตรวจสอบเป็นการเร่งด่วน เช่นเดียวกับการตรา พ.ร.ก.ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่อาจจะมีการกำหนดให้รัฐบาลใช้ดุลพินิจได้ตามอำเภอใจ ซึ่งอาจทำให้การใช้เงินกลายเป็นเบี้ยหัวแตก รวมไปถึงการตรา พ.ร.ก.ช่วยเหลือเอสเอ็มอี ซึ่งมีความกังวลว่าธนาคารแห่งประเทศไทย อาจจะมีการเลือกปฏิบัติจนทำให้ไม่ได้มีการช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ยังมีกรณีของพ.ร.ก.โอนงบประมาณ ที่ตามปฏิทินของสำนักงบประมาณ กำหนดให้มีการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวทั้ง 3 วาระภายในวันเดียว ในเมื่อรัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนแล้ว ทำไมถึงไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญฯ เพื่อให้รัฐสภาช่วยกันให้ความเห็นและตรวจสอบ ซึ่งตนคิดว่ารัฐบาลกำลังกลัวการถูกตรวจสอบมากกว่า&amp;quot;นายพิจารณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65379</URL_LINK>
                <HASHTAG>209สส.ฝ่ายค้าน, นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว, นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, นายสรศักดิ์ เพียรเวช, เปิดสภาวิสามัญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb5061bbc47c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 12:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วโวยรัฐบาลสร้างความสบสนให้ปชช. กล่าวหาฝ่ายค้านอยากแก้รธน.มาตรา1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค 62 - นพ.ชลน่าน&amp;nbsp; ศรีแก้ว &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า การที่กอ.รมน.แจ้งความดำเนินคดีมาตรา 116 กับบรรดาหัวหน้าพรรคและนักวิชาการที่ไปรณรงค์ในการร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จังหวัดปัตตานีนั้นถือเป็นความพยามยามในการรักษาอำนาจของคณะผู้ก่อการยึดอำนาจเพราะเป็นที่ยอมรับว่าผู้มีอำนาจมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าในการที่จะสืบทอดอำนาจและส่งต่ออำนาจผ่านทางรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; แม้อำนาจของคสช.จะหมดไปตามรัฐธรรมนูญ แต่คณะผู้มีอำนาจมีการเตรียมการไว้ โดยส่งต่ออำนาจคสช.ไปที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในหรือ กอ.รมน. &amp;nbsp;พร้อมกับมีการเพิ่มอำนาจและงบประมาณให้กับกอ.รมน.เพื่อดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ข้อหาดังกล่าวทางผู้มีอำนาจ มีไว้เพื่อกำจัดนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม และนักวิชาการฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล รวมทั้งนักการเมืองหลายคน เคยโดนฝ่ายความมั่นคง แจ้งข้อกล่าวหานี้เมื่อครั้งที่ที่มีการแจกขันแดงให้ชาวบ้านไว้เล่นน้ำช่วงสงกรานต์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า จากพฤติกรรมของฝ่ายรัฐบาล ที่พยายามสร้างความสับสนแก่ประชาชนและการปฏิบัติการทางการข่าวเพื่อสร้างกระแสในสังคม ว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะแก้รัฐธรรมนูญในมาตร 1และมาตรา 2 &amp;nbsp;การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เลวร้ายมาก ทั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยืนยันมาตลอดว่าการรณรงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความชัดเจนมาตลอดว่าไม่แก้ในมาตรา 1 และมาตรา 2 ซึ่งเป็นข้อห้ามในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นแก้ไม่ได้อยู่แล้ว การพยายามสร้างกระแสให้เกิดความปั่นป่วนในสังคม ถือว่าปฏิบัติการด้านการข่าวที่รัฐพยายามสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน &amp;nbsp;เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้มีหน่วยงานไหนแจ้งความเอาผิดรัฐในการสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนเป็นที่ทราบกันว่ารัฐบาลพยายามที่จะไม่ให้มีการเคลื่อนไหวในการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;เพราะรัฐบาลจะเสียประโยชน์ &amp;nbsp;ทั้งนี้เพราะหากแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จแผนยึดอำนาจประเทศไทย 20 ปีจะเสียของ ดังนั้นคณะผู้ยึดอำนาจจึงยอมไม่ได้&amp;rdquo; นพ.ชลน่าน กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47372</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว, มาตรา1, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3980bb03ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
